# New Semantic/Structural Elements
<article> = Defines an article
<aside> = Defines content aside from the page content
<bdi> = Isolates a part of text that might be formatted in a different direction from other text outside it
<command> = Defines a command button that a user can invoke
<details> = Defines additional details that the user can view or hide
<summary> = Defines a visible heading for a <details> element
<figure> = Specifies self-contained content, like illustrations, diagrams, photos, code listings, etc.
<figcaption> = Defines a caption for a <figure> element
<footer> = Defines a footer for a document or section
<header> = Defines a header for a document or section
<hgroup> = Groups a set of <h1> to <h6> elements when a heading has multiple levels
<mark> = Defines marked/highlighted text
<meter> = Defines a scalar measurement within a known range (a gauge)
<nav> = Defines navigation links
<progress> = Represents the progress of a task
<ruby> = Defines a ruby annotation (for East Asian typography)
<rt> = Defines an explanation/pronunciation of characters (for East Asian typography)
<rp> = Defines what to show in browsers that do not support ruby annotations
<section> = Defines a section in a document
<time> = Defines a date/time
<wbr> = Defines a possible line-break
# New Media Elements
<audio> = Defines sound content
<video> = Defines a video or movie
<source> = Defines multiple media resources for <video> and <audio>
<embed> = Defines a container for an external application or interactive content (a plug-in)
<track> = Defines text tracks for <video> and <audio>
# The new <canvas> Element
<canvas> = Used to draw graphics, on the fly, via scripting (usually JavaScript)
# New Form Elements
<datalist> = Specifies a list of pre-defined options for input controls
<keygen> = Defines a key-pair generator field (for forms)
<output> = Defines the result of a calculation
# Removed Elements
<acronym>
<applet>
<basefont>
<big>
<center>
<dir>
<font>
<frame>
<frameset>
<noframes>
<strike>
<tt>
IaaS = Infrastructure as a Service
//มีโครงสร้างพื้นฐานทุกอย่างให้ เช่น Virtual machine, storage แต่ผู้ใช้ต้องทำการติดตั้งและพัฒนาซอฟต์แวร์ที่จะใช้งานเองทั้งหมด
PaaS = Platform as a Service
//มีการติดตั้งซอฟต์แวร์ที่ใช้สำหรับการพัฒนาระบบมาให้ เช่น Web Server, Database Serer, Development tools แต่ผู้ใช้ต้องทำการพัฒนาโปรแกรมขึ้นมาใช้งานเอง
SaaS = Software as a Service
//มีการติดตั้งโปรแกรมที่จำเป็นต้องใช้งานมาให้เรียบร้อยแล้ว เช่นมีระบบ Email, Calendar, CRM ผู้ใช้สามารถเข้าใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม
![]()
ตำนานเมืองนครศรีธรรมราชกล่าวว่า พระเจ้าศรีธรรมาโศกราช พระเจ้าจันทรภาณุ พระเจ้าพงษาสุระ 3 พี่น้องได้ขี่ช้างดั้นด้นหนี้ไข้ห่ามาจากนครอินทปัตถ์ (นครธม กัมพูชา) มาตั้งอาณาจักรนครศรีธรรมราชหรืออาณาจักรตามพรลิงค์ พระเจ้าศรีธรรมาโศกราชนับเป็นปฐมกษัตริย์ เมื่อพระเจ้าศรีธรรมโศกราช พระเชษฐาสวรรคต พระเจ้าจันทรภาณุก็ได้ขึ้นเสวยราชย์สมบัติแทน ซึ่ง พระเจ้าจันทรภาณุ ถูกเรียกในอีกชื่อหนึ่งว่า จตุคามรามเทพ เมืองนครศรีธรรมราชมีอาณาเขตกว้างขวาง โดยมีเมืองขึ้นโดยรอบทั้งหมด 12 เมือง ซึ่งกำหนดให้แต่ละเมืองใช้ภาพนักษัตรเป็นตราประจำเมืองนั้นๆ ซึ่งประกอบไปด้วย
1. เมืองสายบุรี ใช้ตราหนู (ชวด)
2. เมืองปัตตานี (ลังกาสุกะ) ใช้ตราวัว (ฉลู)
3. เมืองกลันตัน ใช้ตราเสือ (ขาล)
4. เมืองปะหัง ใช้ตรากระตาย (เถอะ)
5. เมืองไทรบุรี ใช้ตรางูใหญ่ (มะโรง)
6. เมืองพัทลุง ใช้ตรางูเล็ก (มะเส็ง)
7. เมืองตรัง ใช้ตราม้า (มะเมีย)
8. เมืองชุมพร ใช้ตราแพะ (มะแม)
9. เมืองบันไทสมอ ใช้ตราลิง (วอก)
10. เมืองสงขลา (สะอุเลา) ใช้ตราไก่ (ระกา)
11. เมืองตะกั่วป่า ใช้ตราหมา (จอ)
12. เมืองกระบุรี ใช้ตราหมู (กุน)
//ปัจจุบันตราสัญลักษณ์ประจำจังหวัดนครศรีธรรมราชก็มีภาพนักษัตรทั้่ง 12 อยู่ด้วย
HTML2 (November 24, 1995):
<!DOCTYPE HTML PUBLIC “-//IETF//DTD HTML 2.0 Level 2//EN”>
HTML3 (January 1997):
<!DOCTYPE HTML PUBLIC “-//IETF//DTD HTML 3.0//EN”>
HTML4 (December 1997):
<!DOCTYPE HTML PUBLIC “-//W3C//DTD HTML 4.01 Transitional//EN” “http://www.w3.org/TR/html4/loose.dtd”>
XHTML 1 (January 26, 2000):
<!DOCTYPE html PUBLIC “-//W3C//DTD XHTML Basic 1.0//EN” “http://www.w3.org/TR/xhtml-basic/xhtml-basic10.dtd”>
HTML5 ( ~ End 2012):
<!DOCTYPE html>
Reference: http://en.wikipedia.org/wiki/Document_Type_Declaration
Reference: http://en.wikipedia.org/wiki/HTML
- ระบบโซเชียลเน็ตเวิร์คในอนาคตควรเป็นแบบกระจาย ไม่ควรมีที่ใดที่หนึ่งเป็นศูนย์กลาง โดยทุกระบบสามารถเชื่อมต่อถึงกันได้ผ่านทางโปรโตคอลกลางที่ควรจะถูกพัฒนาและดูแลโดยหน่วยงานอิสระ
- ตัวอย่างที่เห็นง่ายที่สุดคือระบบโซเชียลเน็ตเวิร์คในอนาคต ควรเป็นแบบระบบอีเมล คือใครจะตั้งระบบขึ้นมาใหม่ก็ได้ แต่ทุกระบบสามารถเชื่อมถึงกันได้ภายในโปรโตคอลเดียวกัน ยกตัวอย่างเช่น หากเราทำการโพสข้อมูลใน fb คนที่ทำการติดตามเราอยู่แต่เขาใช้ g+ หรือ myspace หรือ live หรือ twitter ควรที่จะเห็นข้อมูลที่เราโพส และเขาสามารถมีปฏิสัมพันธ์กลับด้วยการตอบหรือทำอย่างอื่นภายในระบบของเขาและข้อมูลส่วนนั้นสามารถเชื่อมโยงกลับมาแสดงใน fb ที่เราใช้ได้
(การโพสผ่าน API ไปยังระบบต่างๆ ในปัจจุบันเป็นแค่การกระจายข้อมูล ไม่ได้ทำให้ข้อมูลแสดงปฏิสัมพันธ์ถึงกันได้)
- ความแต่กต่างในจุดเด่นของแต่ละระบบจะเป็นตัวดึงดูดให้มีสมาชิกเข้ามาใช้งาน เช่น myspace อาจจะเน้นเรื่องเพลง google+ เน้นเรื่องวีดิโอ ซึงผู้ใช้งานจะไม่ได้เลือกใช้งานระบบใดระบบหนึ่งเพราะว่าเพือนตัวเองอยู่ที่นั้น เพราะไม่ว่าเพื่อนเขาจะอยู่ที่ไหนเขาก็สามารถติดต่อกันได้ผ่านทางโปรโตคอลกลาง แต่ที่เขาเลือกใช้ระบบใดระบบหนึงเป็นระบบหลักเพราะมันตอบกับไลฟ์สไตน์ของเขามากกว่า
- อัศวินผู้อภิบาล (Knights Hospitaller) เกิดขึ้นในเยรูซาเลม ปี ค.ศ. 1110 จุดมุงหมายแรกของการก่อตั้ง คือต้องการให้ความช่วยเหลือคริสต์ศาสนิกชนผู้เจ็บป่วยและบาดเจ็บที่เดินทางไปแสวงบุญในเยรูซาเลม อัศวินเหล่านี้จะกระจายตัวคอยดูแลผู้แสวงบุญตลอดเส้นทางการเดินทาง
สัญลักษณ์ : สวมผ้าคลุมมีรูปกางเขนสีขาวบนพื้นดำ
- อัศวินเทมพลาร์ (Knights Templars) เป็นอัศวินกลุ่มใหญ่สุดและทรงอิทธิพลมากที่สุดกลุ่มหนึ่ง ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1118 เพื่อปกป้องผู้เดินทางไปแสวงบุญเช่นกัน แต่กับกลุ่มนี้มีเรื่องราวลึกลับและถูกวิจารณ์เรื่องผลประโยชน์แอบแฝงอยู่มากมาย เช่นหากว่าใครต้องการจะเข้ากลุ่มจะต้องทำการบริจาคทรัพย์สมบัติทั้งหมด และเนื่องจากอัศวินกลุ่มนี้มีฐานที่ตั้งอยู่ที่วิหารแห่งโซโลมอน ทำให้มีเรื่องเล่าว่าพวกเขาได้เก็บรักษา หีบแห่งพระบัญญัติ ซึงเป็นหีบศักดิ์สิทธิ์ที่บรรจุบัญญัติ 10 ประการ ที่โมเสสได้รับจากพระผู้เป็นเจ้า
สัญลักษณ์ : สวมผ้าคลุมสีขาวมีรูปกางเขนสีแดง
- อัศวินติวตัน (Teutonic Knights) ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1190 โดยกลุ่มขุนนางชาวเยอรมันที่ต้องการสร้างกองทัพศาสนาของตัวเอง กลุ่มอัศวินติวตันนอกจากจะปกป้องผู้เดินทางไปแสวงบุญแล้ว ยังทำหน้าที่เผยแพร่คริสศาสนาด้วย
สัญลักษณ์ : สวมผ้าคลุมสีขาวมีรูปกางเขนสีดำ
กฏหมายฮัมมูราบีถือเป็นกฏหมายฉบับแรกของโลก ถูกเขียนขึ้นในสมัยของกษัตริย์ฮัมมูราบี แห่งบาบิโลน ประมาณ 1729 - 1750 ปีก่อนคริสตกาล จารึกด้วยอักษรคูนิฟอร์ม สลักบนแท่งหินสีดำ ปัจจุบันเก็บรักษาอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ Lourve ประเทศฝรังเศษ
กฏหมายระบุถึงเรื่องการสมรส หย่าราง มรดก สิทธิสตรี และการเลียงดูทาส โดยบทลงโทษต่างๆถือว่ารุนแรง ลักษณะตาต่อตาฟันต่อฟัน และกล่าวถึงวิธีทำสัญญาต่างๆ ด้วย
ตัวอย่างของกฏหมายฮัมมูราบี
1. การให้ความยุติธรรมต้องเป็นหน้าที่ของรัฐ
2. สตรีสามารถฟ้องสามีได้ (ถือว่าทันสมัยมากในยุคที่ผู้หญิงถูกจำกัดสิทธิ์)
3. การค้าขายต้องได้รับอนุญาตจากรัฐ และมีกำไรไม่เกิน 20%
4. กำหนดระยะเวลาการเป็นทาสเพียง 3 ปี (เข้าใจว่าเป็นการตกเป็นทาสจากการกู้ยืมเงิน)
ซึ่งต่อมาโรมันได้รับไปพัฒนาต่อและเป็นแบบอย่างของกฏหมายสมัยใหม่ในเวลาต่อมา
เรื่องเริ่มเมื่อปี พ.ศ. 1617 ท้าวฮุ่ง (หรือท้าวเจืองคนๆเดียวกันแต่เรียกเป็นสองชื่อ) มีเชื้อสาย ลวะจังกราช ปฐมกษัตร์ย์ แห่งราชวงศ์เม็งราย ท้าวฮุ่งเป็นเจ้าครองเมืองพะเยาครอบครองดินแดนฝังตะวันตกของแม่น้ำโขง และได้ขยายอำนาจไปทางฝังตะวันออก ซึงเป็นเขตแดนของแถน มี แถนลอ ครอบครองอยู่ ซึงต่อมาท้าวฮุ่งถูกฝ่ายแถนฆ่าตายขาดคอช้างในสนามรบ
เชื่อสายท้าวฮุ่งสืบมาถึงพระพิษณุกรผู้ครองเมืองสรวง มีลูกสาวสองคนชื่อ พระเพื่อน พระแพง ส่วนฝังแถนลอสืบเชื้อสายมาถึงท้าวแมนสรวง มีลูกชายชื่อ พระลอ และพระลอก็ได้ไปหลงรักกับพระเพื่อนและพระแพง
เห็นข่าวแผ่นดินไหวที่นิวซีแลนด์ สะดุดกับชื่อผู้สำเร็จราชการแทนสมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 2 เกิดสงสัยว่าทุกวันนี้ยังมีผู้สำเร็จราชการแทนสมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 2 เหลืออยู่กี่ประเทศกันแน่ และก็เช่นเคย wiki ช่วยเราได้ เรียบเรียงตามนี้เลย
อ้างอิง: http://th.wikipedia.org/wiki/รายนามผู้นำประเทศทั่วโลก
ใครดูหนังจีนกำลังภายในบ่อยๆ จะคุ้นชื่อเสียงเรียงนามของปรมาจารย์ท่านนี้เป็นอย่างดี ปรมาจารย์ตั๊กม้อ มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า “พระโพธิธรรม” เป็นพระในพุทธศาสนา นิกายมหายาน เป็นผู้สร้างวัดเส้าหลินและเผยแพร่กังฟูให้แก่พระในวัด
ว่ากันว่าท่านเกิดประมาณ พ.ศ. 520 โอรสของกษัตริย์แคว้นคันธารราช ท่านเป็นผู้ที่มีความปราดเปรื่องแตกฉานในทุกศาตร์ เมื่อพระบิดาสิ้นพระชนม์ท่านก็ได้ออกบวช และได้เป็นพระสังฆปรินายกองค์ที่ 27 (น่าจะเทียบได้กับพระสันตปาปาของ คริสต์ศาสนา โรมันคาทอลิก) ซึ่งสืบทอดมาจากพระมหากัสสปตั้งแต่ในสมัยพุทธกาล เมื่อรับตำแหน่งพระสังฆปรินายกแล้วท่านก็ได้จารึกไปยังจีนเพื่อเผยแพร่พระศาสนา
ข้อสังเกต:
ปล. รอบหน้ามาดูประวัติของท่านเว่ยหล่าง มาดูซิว่าผ้ากาสาวพัสตร์กับบาตรนั้นหายไปได้ยังไง
Update: ผ้ากาสาวพัสตร์ และ บาตร ที่ใช้ในการสืบทอดตำแหน่งพระสังฆปรินายกเป็นของพระพุทธเจ้าที่ได้มอบให้กับพระมหากัสสป โดยพระมหากัสสปถือเป็นพระสังฆปรินายกองค์แรก
ว่าด้วยเรื่องฝันฝัน
เห็นคนอื่นเขียน ขอเขียนบ้าง ^^
หากพบเจอเธอคนนี้แจ้งให้ผมทราบด้วยคร๊าบบบบ
อัสสัมชัญ (Assumption) เป็นนิกายย่อยของศาสนจักรโรมันคาทอลิก (ใครไม่นับเป็นนิกายย่อยก็ช่าง แต่ผมนับ) สอนให้นับถือพระแม่มารีย์ คตินี้เริ่มเมื่อศตวรรษที่ 4 แห่งคริสต์ศักราช โดยศาสนาจารย์ชื่อ “เอส เอปิฟาอุส”
อัสสัมชัญของพระแม่มารี (Assumption of Mary) หมายถึงการอัญเชิญสู่สวรรค์ทั้งกายและวิญญาณของพระแม่มารีย์ ความเชื่อตามพระคัมภีร์กล่าวว่า พระแม่มารีย์ได้สิ้นพระชนม์ลง และบรรดาอัครสาวกได้ฝังพระศพไว้ในคูหาแห่งหนึ่ง แต่อัครสาวกได้กลับไปดูพระศพอีกครั้งก็พบว่าคูหาว่างเปล่าเหมือนคูหาของพระเยซู จึงเชื่อกันว่าพระนางได้รับการอัญเชิญสู่สวรรค์ทั้งกายและวิญญาณ
นิกายอัสสัมชัญ มีพิธีสำคัญอย่างหนึ่งเรียกว่า Feast of Assumption เป็นการบูชาวิญญานของพระแม่มารีย์ผู้บริสุทธิ์ ทำขึ้นในวันที่ 15 สิงหาคม ของทุกปี
ว่าด้วยศาสนาหลักๆ 3 ศาสนาเท่านั้น (พุทธ,คริสต์,อิสลาม)
เพื่อเป็นการป้องกันปัญหาอนุญาตให้กด Like ได้ แต่ห้ามทำการ Comment “หากพบลบทันที”
มาสโลว์ กล่าวว่าความปรารถนาของมนุษย์นั้นติดตัวมาแต่กำเนิดและความปรารถนาเหล่านี้ จะเรียงลำดับขั้นของความปรารถนา ตั้งแต่ขั้นแรกไปสู่ความปรารถนาขั้นสูงขึ้นไปเป็นลำดับ ดังนี้